ฉีดผิวขาว ทั่วร่างกาย ด้วยวิตามินเข้มขน

charmerclinic

ฉีดผิวขาว ทั่วร่างกาย ด้วยวิตามินเข้มขน

ความแตกต่างของตัวฉีดผิวที่ลูกค้าหลายๆท่านสงสัยว่าต่างกันยังไง !??

?Multivitamin (Vit c, Placenta, Collgen) เป็นวิตามินรวมที่เพิ่มตัวยาเข้ามาอีกนอกเหนือจากวิตามินซี จะช่วยให้ผิวเราใสขึ้น นุ่มลื่นขึ้น สุขภาพผิวดีขึ้น สามารถฉีดเข้าเส้นเลือดได้เลย
การเห็นผลประมาณ 4-6 ครั้ง

?Megadose (Vit c, Placenta, Collgen, ALA ,Vit B) เป็นตัวยาฉีดผิวที่มีความเข้มข้นของตัวยามากที่สุด เพราะมีส่วนผสมที่เยอะขึ้น ช่วยให้ผิวเรากระจ่างใสไวกว่าทุกๆตัว ทั้งนี้ตัวmegadose ยังช่วยฟื้นฟูสภาพผิวที่เสื่อมสภาพให้ฟื้นฟูขึ้น แข็งแรงขึ้น ช่วยในเรื่อง ความนุ่มลื่น และยังได้ผลดีในเรื่องของสุขภาพอีกด้วย แต่ในการฉีดเนื่องจากส่วนผสมของตัวยาที่เข้มข้น จึงต้องผสมตัวยา เจือจางในกระปุกน้ำเกลือขนาด 100 ml. เป็นเหมือนการนอนให้น้ำเกลือ

?Snow White ตัวยาจะมีความเข้มข้นกว่า Megadose 3-5 เท่า

++ ประโยชน์ของส่วนผสมตัวยาต่างๆที่มีต่อผิว ++
?Vitamin C ผิวขาว มีสรรพคุณลดอาการอักเสบ ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนที่ผิวหนัง และยังช่วยลดการทำงานของเอนไซม์ที่ผลิตเม็ดสีผิว จึงช่วยในการลดริ้วรอย จุดด่างดำจากรอยแผลเป็น และรอยสิวต่างๆได้ นอกจากนี้ยังช่วยปรับสีผิวที่คล้ำจากแสงแดดให้ดูกระจ่างใสมากขึ้น อย่างไรก็ดี ควรใช้วิตามินซีในปริมาณที่เหมาะสมและต่อเนื่องสม่ำเสมอ เพราะต้องเข้าใจว่าวิตามินซีเป็นวิตามินชนิดละลายในน้ำได้ ร่างกายไม่สามารถเก็บสะสมได้ตลอดเวลา ดังนั้นจำเป็นต้องเติมวิตามินซีเข้าสู่ร่างกายเป็นประจำ
?คอลลาเจน คอลลาเจนมีหน้าที่เสมือนโครงสร้างของผิว โดยคอลลาเจนทำหน้าที่เสริมความเรียบตึงของผิวหนัง ทำให้ผิวแข็งแรง เรียบเนียน เต่งตึง สร้างความยืดหยุ่นให้กับผิว และทำให้ผิวไม่มีริ้วรอย แต่โดยธรรมชาติ พอเราอายุ มากขึ้นคอลลาเจนจะเสื่อมสภาพลง ทำให้ชั้นผิวหนังมีการยุบตัวลง เป็นต้นเหตุของความเหี่ยวย่น ริ้วรอย และความชราของผิว ซึ่งการเติมคอลลาเจนเข้าผิว จะช่วยชะลอความเหี่ยวย่นและริ้วรอยที่เกิดขึ้นได้
?Placenta กระทรวงสาธารณสุขของญี่ปุ่นได้รับรองและจัดให้พลาเซนต้า (Plancenta) ถือเป็นสารที่ช่วยทำให้ผิวขาวขึ้นอย่างเป็นทางการ จากสารทั้งหมด 9 ชนิดที่มีอยู่ในปัจจุบัน เนื่องจากพลาเซนต้า มีคุณสมบัติช่วยเร่งปฏิกิริยาการพลัดผิวใหม่แทนที่เซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพอันเนื่องมาจากการได้รับรังสียูวีจากแสงแดดและเกิดการสร้างเมลามินจำนวนตามมา ทำให้ผิวหมองคล้ำ ซึ่งจากการวิจัยพบว่า การใช้พลาเซนต้าอย่างต่อเนื่อง จะช่วยผลัดเซลล์ที่เสื่อมสภาพและกำจัดเม็ดสีเมลานินส่วนเกินออกจากร่างกาย จึงมีผลทำให้ผิวขาวขึ้นและใสขึ้นนั่นเอง
?Vit B ช่วยบำรุงสุขภาพของผมผิวและสายตา ในผู้ที่กำลังลดน้ำหนักร่างกายจะดึงวิตามินบีออกมาใช้เมื่อได้รับไม่เพียงพอทำให้เครียดไม่รู้ตัวทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพ และผิวพรรณ
เหมาะกับผู้ที่ได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วนจากการรับประทานอาหารปกติในชีวิตประจำวัน ซึ่งอาจเป็นต้นเหตุของโรคเหน็บชา ปลายมือปลายเท้าชา หรือมีปัญหาความเครียดจากการทำงานหนัก และใช้ในผู้ที่มีอาการของโรคตับอักเสบ
วิตามินบีมีความจำเป็นต่อเส้นประสาทให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเสริมสร้างร่างกายระบบประสาท
เป็นวิตามินพื้นฐานที่จำเป็นเพื่อความสมบูรณ์ของอวัยวะต่างๆบำรุงสุขภาพผิว เส้นผม เล็บให้แข็งแรงส่งเสริมการสร้างพลังงานเหมาะสำหรับผู้ที่มีชีวิตประจำวันเร่งรีบ เหน็ดเหนื่อย หงุดหงิดง่าย
?ALA ช่วยทำให้สารอื่นๆ ที่อยู่ในร่าง กาย นำกลับมาใช้ใหม่ในร่างกายได้อีกครั้ง เช่น ทำให้กากของวิตามินอี วิตามินซี วิตามินเอ กลูตาไธโอน CoQ10 และอื่นๆ ถูกนำกลับมาใช้ใหม่ได้อีกครั้ง ช่วยเพิ่มระดับสารกลูตาไธโอนในตับ จึงช่วยล้างสารตกค้างในร่างกายออกไปได้ และมีผลต่อการลดจุดด่างดำที่ผิวหนัง และชะลอความเสื่อมที่ผิวหนังได้ดีเยี่ยม ชะลอความเสื่อมของเซลล์ได้ดีกว่าสารตัวอื่น ลดขนาดรูขุมขน ลดการทำลายจากรังสียูวี ช่วยลดริ้วรอยทำให้ผิวมีสุขภาพดีขึ้น ซึ่งมีการทดลองในกลุ่มตัวอย่างยืนยันว่า กรดอัลฟาไลโปอิกช่วยลดริ้วรอยตื้นๆได้มากกว่า อีกทั้งยังทำให้แผลเป็นเนียนเรียบและหายเร็วขึ้น

ฉีดวิตามินผิว กี่ครั้งถึงจะขาว
?หลายคนชอบถามว่า ครั้งเดียวขาวไหม?
กี่ครั้งถึงจะเห็นผล?
1. ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคน เพราะวิตามินรวม เน้นเรื่องสุขภาพผิว เพราะเมื่อสุขภาพผิวดีย่อมส่งผลสู่ผิวภายนอกดูใส ดูเนียน ดูออร่าขึ้นตามลำดับ
2. พื้นฐานผิวพรรณ แต่ละคนแตกต่างกัน สีผิวนั้นจะแก้ไขให้มาเหมือนคนสีผิวขาวแบบเกาหลีคงเป็นไปไม่ได้ทุกคน แต่มีหลักสังเกตุง่ายๆ คือ
-คนที่มีเส้นเลือดที่แขนออกสีฟ้า ลักษณะสีผิวขาวอยู่แล้ว สามารถทำให้สีผิวขาวอมชมพูได้จากการฉีดสามารถออร่าหลังการฉีด 1-2 ครั้งเท่านั้น
-คนที่มีเส้นเลือดสีเขียวที่แขน ลักษณะผิวขาว สามารถทำให้ขาวซีด หรือขาวเหลืองได้
-คนผิวสีแทน ไม่สามารถสร้างผิวขาวขึ้นมาได้ อย่างดีก็ทำได้เพียงขาวเหลือง หรือขาวแดง แต่จะดูนวลเนียนมากกว่า
-คนผิวแดง จะทำให้ผิวดูเนียนละมุนขึ้นมา แต่ไม่สามารถเปลี่ยนสีผิวเป็นขาวได้อย่างแน่นอน

ผลการฉีด
– หลังจากฉีด 1 คืน รู้สึกได้ว่าอาการหวัด และน้ำมูกลด
– หลังจากฉีด 3 วัน รู้สึกได้ว่าผิวนุ่มลื่น เนียน ใส และชุ่มชื่นขึ้น
– ฉีดได้สัปดาห์ละครั้ง ติดต่อกันประมาณ 3-5 สัปดาห์ แล้วค่อยๆทิ้งห่างออก
(ใช่) ต้องฉีดโดยแพทย์หรือพยาบาลที่มีประสบการณ์
เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
(ผิด) ไม่เหมาะกับคนที่เป็นโรคลมชัก บาหวาน โรคเลือด
สตรีมีครรถ์ หรือให้นมบุตร

**การเห็นผลทั้งนี้ขึ้นอยู่กับพื้นฐานสีผิวเดิมของแต่ละบุคคล
**ตัวยาทั้งหมดไม่สามารถเปลี่ยนสีผิวได้ แต่ทุกคนสามารถกระจ่างใสได้มากสุดเท่าพื้นสีผิวเดิมบริเวณที่สว่างสุด เช่น ท้องแขน

Give a Reply